ยุคองค์กร 2.0 เมื่อพนักงานเป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรแทนผู้บริหาร

imageผมไม่ได้เขียนบล็อก MIOP มานานมาก ต้องขออภัยครับ เพราะมัวแต่เมามันไปกับบล็อกหลักของผม ที่มีอะไรต่อมิอะไรให้เขียนเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะลืมเลือนสายเลือด MIOP นะครับ … ทุกวันเสาร์ ผมยังร่วมกับกลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย (@AdeccoThailand) ในการจัดเสวนาถกประเด็นกันทางบริการโซเชียลมีเดียชื่อ ทวิตเตอร์ อยู่ ภายใต้ Hash Tag ว่า #HRtwt ซึ่งจะนำประเด็นน่าสนใจๆ เกี่ยวกับแวดวงการบริหารทรัพยากรบุคคลมาพูดคุยกัน ให้ความรู้กันครับ

ถึงตรงนี้ผมว่าท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านน่าจะรู้จักกับบริการโซเชียลมีเดียที่ชื่อว่า เฟซบุ๊ก ไม่มากก็น้อย แต่ถ้าพูดถึงแนวคิด องค์กร 2.0 ล่ะ จะมีกี่ท่านที่รู้จักกันหนอ? ก่อนที่จะเริ่มอ่านบทความนี้ของผม ก็อยากแนะนำให้อ่านบล็อกเรื่อง องค์กร 2.0 (Enterprise 2.0) นี่ก่อนครับ ผมว่าเขียนได้ดีทีเดียว

สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเท่าไหร่ และขี้เกียจอ่านอะไรยาวๆ ผมขออธิบายว่า องค์กร 2.0 คือ องค์กรที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเว็บ 2.0 หรือก็คือ เทคโนโลยีจำพวกเครือข่ายสังคม เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ วิกิ เป็นต้น เข้ามาใช้ในองค์กร ทำให้การสื่อสารกันภายในองค์กรเอง หรือระหว่างองค์กร สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล ภายใต้แนวคิดขององค์กร 2.0 นี้ ทุกคนจะเป็นผู้ที่สร้างและแบ่งปันข้อมูลและข่าวสารให้กันและกัน

Read more of this post

ใช้ Twitter ในการพยากรณ์แนวโน้มตลาดหุ้น?!?

ผมไปเจอลิงก์ที่ Bloomberg สัมภาษณ์ โยฮัน โบลเลน (Johan Bollen) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน Informatics และ Computing ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา เกี่ยวกับงานวิจัยของเขา ที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์ของข้อวามบนบริการ Social Media คือ Twitter กับแนวโน้มของตลาดหุ้น ซึ่งเขาพบว่า อารมณ์สงบ (Clam) และตระหนก (Anxious) นั้นมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการถดถอยของดัชนีหุ้น และที่สำคัญคือ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า อารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นก่อน และสามารถทำนายแนวโน้มการถดถอยได้ ในขณะที่อารมณ์ดีใจ (Happy) และเสียใจ (Sad) จะเกิดขึ้นหลังจากที่ดัชนีเพิ่มสูงขึ้นหรือถดถอย

ลิซ่า เมอร์ฟี่ (Lisa Murphy) ผู้สัมภาษณ์ ยังได้ถาม ผศ. โยฮัน ด้วยว่า มีพวก Trader ติดต่อเข้ามาให้ช่วยวิเคราะห์ หรือวางแผนกลยุทธ์บ้างไหม ซึ่ง ผศ. โยฮัน ก็ตอบว่ามีบ้างเหมือนกัน และหากรูปแบบของความสัมพันธ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่ต่อ ก็มีความเป็นไปได้ที่เหล่า Trader และนักลงทุนรายย่อยจะอาศัยสิ่งนี้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างงานวิจัย ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องของ Social Media ในเรื่องที่ไม่คาดคิดว่ามันจะสัมพันธ์กันได้ … ซึ่งผมว่ายังมีงานวิจัยอีกเยอะแยะมากมายหลากหลายรูปแบบ ที่พวกเรานักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ สามารถทำได้เกี่ยวกับ Social Media ครับ

Cyberpsychology ศาสตร์แห่งจิตวิทยาแขนงใหม่

โดยส่วนตัวของผม ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ผมก็ว่าศาสตร์แห่งจิตวิทยานั้นเป็นศาสตร์ที่มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างรวดเร็วศาสตร์หนึ่งทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ให้สามารถทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ในอดีต เพิ่มความรวดเร็วในการศึกษาเรียนรู้ให้มากขึ้น หรือแม้แต่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาวิธีการบำบัดรักษาผู้ป่วย (ซึ่งผมได้เคยพูดถึงไปในตอน Computer-based Cognitive Behavioural Therapy และ ตอน นักวิจัยเผยความเป็นไปได้ในการบันทึกความฝันของมนุษย์) เป็นต้น

แต่ไม่เพียงเท่านั้นครับ ปัจจุบันนี้ ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ก้าวล้ำมากขึ้นได้เปิดประตูสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ ของมนุษย์ โดยจะสังเกตได้ว่า คนเราเริ่มหันมามีตัวตนในสังคมโลกเสมือนที่เรียกว่าไซเบอร์สเปซ (Cyberspace) กันมากขึ้น ก็เกิดสาขาวิชาใหม่ทางจิตวิทยาขึ้นมาคือ Cyberpsychology

Read more of this post

Computer-based Cognitive Behavioural Therapy (CBT) ด้วย Social Network

โลกยุคปัจจุบันนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนเราผ่านทางคอมพิวเตอร์กลายเป็นเรื่องปกติไป ยิ่งในยุคเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายมีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างมากในปัจจุบัน ยิ่งทำให้การสื่อสารผ่านทางคอมพิวเตอร์ของเราไม่ถูกจำกัดเพียงแต่อยู่ในห้อง ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกต่อไป โทรศัพท์มือถือที่เรียกว่าสมาร์ทโฟน มีประสิทธิภาพน้องๆ คอมพิวเตอร์แล้ว

ณ ปัจจุบันนี้ การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้คน ได้วิวัฒนาการเป็นสิ่งที่เรียกว่า Social Network โดยมีบริการอย่าง Facebook หรือ Twitter เข้ามาเป็นสื่อกลางในการให้ผู้คนได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน อาจต้องบอกว่าบางคนนั้นติดต่อกันผ่านทาง Social Network มากกว่าช่องทางปกติด้วยซ้ำ

และล่าสุดนี้ นักวิจัยก็กำลังตั้งเป้าหมาย ที่จะใช้ Social Media Network ในการทำ Computer-based Cognitive Behavioural Therapy (CBT) เพื่อใช้บำบัดอาการของโรคนอนไม่หลับ, ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

Read more of this post

อินเตอร์เน็ตทำให้ทุกคนมีความสุข…?!?

มีงานวิจัยของนักวิจัยชาวอังกฤษจาก Chartered Institute of IT (หรือที่รู้จักใช้ชื่อ BCS) โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากผู้คนทั่วโลก 35,000 คน ซึ่งได้จากการสำรวจข้อมูล World Values Survey ในช่วงปี ค.ศ. 2005 – 2007 ในภาพรวมนั้น จากการศึกษาพบว่า การได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้คนรู้สึกดีๆ กับชีวิตของพวกเขา ซึ่งการเชื่อมโยงดังกล่าวนั้น ยังคงมีนัยอยู่ แม้ว่าจะเอาเรื่องของรายได้ของบุคคลมาพิจารณาด้วย

“ผลการวิเคราะห์ของพวกเราชี้ให้เห็นว่า ไอทีนั้นมีบทบาทต่อชีวิตคน ทำให้พวกเขารู้สึกมีศักยภาพมากขึ้น โดยการเพิ่มความรู้สึกถึงอิสรภาพ ซึ่งส่งผลทางบวกต่อความเป็นอยู่ที่ดี และความสุขของพวกเขา” ไมเคิล วิลมอตต์ (Michael Willmott) นักสังคมวิทยาและผู้นำในการศึกษาครั้งนี้กล่าว

Read more of this post

การประยุกต์ใช้ Social Media กับงานสัมมนา

เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) ผมได้รับเชิญจากอาจารย์พรพรหม อธีตนันท์ หัวหน้างานพัฒนาธุรกิจ สถาบันฝึกอบรมเนคเทค ไปเป็นวิทยากรในงานสัมมนา i3G Conference ซึ่งจัดโดยน้องๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต เลยมีเรื่องเก็บมาฝากชาว MIOP รุ่น 20 และรุ่นหลังๆ กัน ทั้งนี้เพราะว่าพวกเรามีวิชาหลักอยู่ 1 วิชา ที่เรียกว่า สัมมนาทางจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ซึ่งในวิชานี้ พวกเราจะต้องจัดงานสัมมนากัน 2 ครั้ง คือ งาน Open House และ งานสัมมนาวิชาการ

Read more of this post