การใช้ Facebook เพื่อสร้าง Engagement ในการเรียนการสอน

ID-10064069

Image courtesy of Master isolated images / FreeDigitalPhotos.net

คงไม่ต้องให้ย้ำนักย้ำหนาแล้ว ว่า Facebook นั้นเป็น Social Media ยอดนิยมขนาดไหน ข้อมูลล่าสุดโดย SocialBakers.com บอกว่ามีผู้ใช้งาน Facebook ทั่วโลกอยู่ที่ 963,812,360 ราย (ในขณะที่ Facebook เองบอกว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านรายแล้วเมื่อปีก่อน) โดยประเทศไทยเรามีจำนวนผู้ใช้ Facebook มากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก อยู่ที่ 18,202,320 ราย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ใครต่อใครก็ให้ความสนใจกับเจ้า Social Media ยอดฮิตนี้กัน และพยายามที่จะจับอะไรต่อมิอะไรไปเชื่อมโยงกับมัน … ไม่เว้นแม้แต่ในด้านการศึกษา Read more of this post

Advertisements

เฟซบุ๊กเพจ ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

psytu-page

สำหรับผู้ที่สนใจในวิชาจิตวิทยา ลองแวะเข้าไปที่ Facebook Page ของภาควิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ที่ https://www.facebook.com/psytu ครับ … ไม่จำเป็นต้องเรียนเป็นปริญญาตรีก็ได้ ในฐานะที่ร่ำเรียนในภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ปริญญาโท ของที่นี่ บอกได้เลยว่า แม้จะเรียน ป.ตรี สาขาอื่นมา ก็มาเรียนได้ และมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันและงานมากครับ

งานวิจัยน่าสนใจ: ความริษยาบนเฟซบุ๊ก – ภัยเงียบที่คุกคามความพึงพอใจในชีวิตของผู้ใช้งาน?

facebook

 

ช่วงนี้ใครยังหาหัวข้องานวิจัยไม่ได้ ผมแนะนำให้ติดตามข่าวเกี่ยวกับ Social Media เอาไว้นะครับ มันเป็นอะไรที่แม้แต่ในต่างประเทศเองก็ยังอยู่ในยุคเริ่มแรกของการวิจัยเลย ทั้งๆ ที่ Social Media มีมาตั้งเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่มันยังไม่ได้รับการขนานนามว่า Social Media เลยด้วยซ้ำ … โดยเฉพาะอะไรที่เกี่ยวกับ Facebook เนี่ย น่าสนใจอย่างมาก และบอกได้เลยว่ามันส่งผลกระทบต่อคนไทยไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลจากเว็บไซต์ SocialBakers.com เขาบอกว่าจากประชากร 67,089,500 คน มีผู้ใช้งาน Facebook อยู่ทั้งสิ้น 18,324,500 บัญชี หรือคิดเป็น 27.32% ของประชากรทั้งหมด และกรุงเทพมหานคร คือเมืองที่มีผู้ใช้งาน Facebook มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน 12,797,500 บัญชี จากประชากร 8,280,925 คน (ข้อมูลจาก SocialBankers.com วันที่ 27 ม.ค. 2556 22:57 น.) Read more of this post

บรรณาธิการแห่งยุคข้อมูล (Editor for the information age)

ไม่ได้มาเขียนบล็อกนี้นานมากครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้หมั่นศึกษาข้อมูล ทบทวนความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากสาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมนะครับ … ผมยังคงเป็นสมาชิกของ American Psychology Association (APA) อยู่จนถึงทุกวันนี้ (แม้ว่าตอนนี้มั่นใจแล้วว่าพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ป.โท ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว … แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะผมได้ความรู้มา และได้นำไปใช้ต่อยอดแล้ว … ปริญญามันเป็นแค่กระดาษใบเดียวเท่านั้น *ปลอบใจตัวเอง … Defensive Mechanism กลวิธานป้องกันตนเอง … ฮา*) นิตยสาร Monitor ของ APA เดือนนี้ มีบทความน่าสนใจ เลยอยากเอามาฝากครับ Read more of this post

[ประชาสัมพันธ์] สัมมนา Innovative Staff in Organization

บล็อกตอนนี้ ขออาศัยพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์งานสัมมนาที่น่าสนใจครับ

“Innovative Staff in Organization” รูปแบบของพนักงาน “นักเปลี่ยนแปลงในองค์กร”

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2554 เวลา 8.30-12.00 น.

ณ ห้อง ศศ 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

พนักงานมีความสำคัญต่อองค์การเพราะเป็นทรัพยากรที่สร้างสิ่งใหม่ๆ และผลักดันองค์การให้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

ไม่ต้องเสียเวลาสร้าง พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในองค์การของท่านแล้ว

Read more of this post

จดหมายข่าว MIOPTU ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน 2553

สวัสดีครับ เพื่อนๆ MIOP ทุกท่าน ในที่สุดก็สามารถจัดเวลาได้ลงตัวแล้วครับ สรุปเป็นว่าจดหมายข่าว MIOP ก็จะออกประมาณปลายๆ เดือนกำลังดีครับ

เดือนนี้มีประเด็นร้อนๆ ในบ้านเมืองเราค่อนข้างเยอะ ในฐานะคนที่เรียนจิตวิทยาอุตสาหกรรม หากเราพิจารณาประเด็นบ้านเมืองกันดีๆ แล้ว เราสามารถที่จะเรียนรู้แนวคิดด้านจิตวิทยาได้อย่างมาก โดยเฉพาะด้านพฤติกรรมศาสตร์เลยทีเดียว แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปชวนใครคุยเรื่องการเมืองนะครับ ดราม่าเยอะมาก เห็นมาหลายรายแล้ว พาลจะชวนทะเลาะกันเปล่าๆ ครับ

เอาล่ะครับ… มาดูกันดีกว่าว่าในรอบเดือนที่ผ่านมา (มีนาคม – เมษายน) มีความรู้ทางจิตวิทยาอะไรที่น่าสนใจ และผมได้ไปพบไปเจอกันบ้างครับ

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ จริงไหม?

ในคอลัมน์วิทยาศาสตร์ของหนังสือพิมพ์ The New York Times เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ How the Men Reacted as the Titanic and Lusitania Went Under โดยตั้งข้อสังเกตความแตกต่างของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มทั้งสองครั้ง ผู้วิจัยพบว่า ในกรณีของเรือไททานิคนั้น เด็กมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 14.8% ในขณะที่กรณีของเรือลูซิทาเนียนั้น เด็กมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ใหญ่แค่ 5.3% นอกจากนี้ ในกรณีของเรือไททาทิคนั้น ผู้หญิงมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ชายถึง 53% เลยทีเดียว ในขณะที่บนเรือลูซิทาเนียนั้น ผู้หญิงมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ชายแค่ 1.1%

จากสถิติดังกล่าว เราอาจมองได้ว่า ในขณะที่เรือลูซิทาเนียกำลังจมนั้น ดูเหมือนว่าผู้คนบนเรือคิดแต่เรื่องเอาชีวิตรอดของตนเอง ดังนั้น ผู้ใหญ่และเพศชาย จึงมีแนวโน้มที่จะเอาตัวรอดได้มากกว่า (เนื่องจากแข็งแรงกว่า กระฉับกระเฉงกว่า) แต่บนเรือไททานิคนั้นกลับตรงกันข้าม ผู้คนบนเรือไททานิคดูจะช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กมากกว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

ผู้วิจัยให้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า “เมื่อถึงคราวที่เราจะต้องตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็วมากๆ สัญชาตญาณของมนุษย์จะอยู่เหนือบรรทัดฐานทางสังคม” (Frey, Savage & Torgler, 2010) หมายความว่า หากเวลากระชั้นชิด มีเวลาคิดไม่มาก มนุษย์ก็จะตัดสินใจโดยใช้สัญชาตญาณเป็นสำคัญ แต่หากมีเวลาให้คิดแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็ตาม มนุษย์เราก็จะมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจโดยอิงตามบรรทัดฐานทางสังคม ณ ขนาดนั้น อย่างในกรณีของเรือลูซิทาเนียนั้น ตั้งแต่ทราบเหตุว่าเรือจะจมจนถึงตอนที่เรือจมนั้น ใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ผู้คนบนเรือต่างพึ่งสัญชาตญาณเอาตัวรอดเป็นสำคัญ แต่ในกรณีของเรือไททานิคนั้น กว่าเรือจะจมก็กินเวลาถึง 3 ชั่วโมง ผู้คนบนเรือมีโอกาสที่จะได้คิดมากกว่า จึงตัดสินใจบนพื้นฐานของบรรทัดฐานทางสังคมเป็นส่วนใหญ่

การวิจัยดังกล่าวถือว่าช่วยให้เราเข้าใจเรื่องกระบวนการรู้คิดของมนุษย์ได้มากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดเรื่องฉุกเฉินคอขาดบาดตาย… แต่ก็ขอให้พึงพิจารณาด้วยนะครับว่า ณ ห้วงเวลาดังกล่าว หากมีเวลาให้คิด มนุษย์เราจะเลือกทำตามบรรทัดฐานทางสังคมที่เขายึดถือ แต่บรรทัดฐานทางสังคมนั้น ไม่มีอะไรไปรับประกันได้ว่าจะเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ดีครับ 🙂 สถานการณ์บางครั้งก็สร้างวีรบุรุษ แต่บางครั้งก็เผยธาตุแท้ของคนได้เช่นกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Bruno S. Frey, David A. Savage & Benno Torgler (2010) Interaction of natural survival instincts and internalized social norms exploring the Titanic and Lusitania disasters. PNAS.

ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ

เนื่องจากว่าผมได้ทดลองเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอจดหมายข่าว MIOP เป็นแบบบล็อกแล้ว หลังจากลองเขียนไปได้ 2 เดือน พบว่า เวลาที่ผมเขียนยาวๆ ออกมา เวลาเปิดเว็บแล้วดูน่ารำคาญนิดนึงครับ (ในสายตา ความรู้สึกของนักท่องเว็บตัวยงอย่างผม) อีกทั้ง บางเดือนมีเรื่องที่อยากเขียนถึงมากกว่าบางเดือน ผมเลยอยากขอปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข่าวคราว MIOP เป็นแบบบล็อกนะครับ คือ จะออกมากกว่าเดือนละ 1 หนเป็นอย่างน้อยครับ เดือนไหนมีข่าวคราวอะไรน่าสนใจเกี่ยวกับ MIOP ผมก็จะอัพบล็อกเยอะหน่อย

ประกอบกับว่า เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีสมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นชาว MIOP เหมือนกัน แต่ว่ามาจากจุฬาฯ เข้ามาสมัครสมาชิกกลุ่มครับ ดังนั้นผมว่าเพื่อไปในแนวทางของ ชุมชน MIOP แบบไม่แบ่งแยกสถาบัน เพื่อจะได้มาร่วมแชร์ความรู้กัน ผมจึงขอเปลี่ยนวิธีการนำเสนอครับ

ดังนั้นหัวข้อที่ชื่อ จดหมายข่าว MIOP TU ก็จะเปลี่ยนไปเป็นหัวข้อเรื่องที่ผมจะเขียนถึงใน ณ วันเวลานั้นๆ ครับ จึงขอเรียนมาให้ทราบ ณ ที่นี้ด้วย

จดหมายข่าว MIOPTU ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม 2553

สวัสดีครับ พี่น้องผองเพื่อน MIOP TU ทุกท่าน จดหมายข่าวฉบับนี้อาจจะออกมาช้าไปหน่อย และอาจจะสั้นไปนิดนะครับ ด้วยเหตุว่าผม ในฐานะคนเขียนจดหมายข่าว กำลังอยู่ในระหว่างการปรับตัว และจัดตารางเวลาในการทำงาน เนื่องจากช่วงนี้รับงานนอกมาทำเพียบ แหะ แหะ… เดือนนี้เป็นเดือนที่ผมพูดตรงๆ ว่าผมได้เห็นกรณีศึกษาทางจิตวิทยาสังคมอย่างมากทีเดียว ไม่ต้องไปหาดูไกลครับ แค่เดินไปแถวๆ สะพานผ่านฟ้า แล้วลองใช้สมาธิในการพินิจพิจารณา โดยนึกถึงทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคมที่เรียนมา เราก็จะได้เห็นกรณีศึกษาเยอะแยะไปหมดแล้วครับ… แต่มีอะไรบ้างนั้น ไม่เอา ไม่พูดการเมือง (ฮา)

เดือนเมษายนนี้ ก็เป็นช่วงที่เริ่มเรียนภาคฤดูร้อนกันแล้ว และได้เวลาที่จะต้อนรับน้องใหม่ รุ่น 21 แล้ว (เผลอแป๊บเดียว 3 ปีแล้วเหรอเนี่ย?!?) มาดูกันดีกว่าว่าเดือนนี้ผมมีอะไรมาฝากบ้างครับ

Podcast แหล่งความรู้ใหม่
เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่อ่านจดหมายข่าวนี้อยู่ อย่างน้อย 70% (หรือมากกว่า) น่าจะรู้จักอุปกรณ์มัลติมีเดียที่ชื่อว่า iPod (ไอพอด) กันดี แต่เชื่ออีกเช่นกันว่า ส่วนใหญ่แล้วจะไม่รู้ว่า iPod มีคุณสมบัติหนึ่งที่เป็นประโยชน์มากในการเรียนรู้ นั่นก็คือ ความสามารถในการดาวน์โหลดไฟล์เสียงที่เรียกว่า Podcast มาฟังได้ ซึ่ง Podcast เหล่านี้มีให้เลือกฟังกันมากหมายหลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภาษา หรือแม้แต่เรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิทยา

ตัวอย่างหน้าจอดาวน์โหลด Podcast ด้วยโปรแกรม iTunes

คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยในอเมริกาหลายท่าน เลือกใช้ Podcast เป็นช่องทางในการเผยแพร่เนื้อหาการเรียนการสอนของเขา เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปศึกษาทบทวนซ้ำ เช่น มีการอัดเสียงในชั่วโมงเรียนเอามาเผยแพร่ในรูปของ Podcast หรืออาจจะมีการบันทึกเสียงเนื้อหาเพิ่มเติมมาเผยแพร่ด้วย… Podcast นั้น ไม่จำเป็นที่ว่าท่านจะต้องมีอุปกรณ์อย่าง iPod ถึงจะฟังได้นะครับ ท่านสามารถดาวน์โหลด Podcast มาฟังบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ผ่านทางโปรแกรมที่เรียกว่า iTunes (ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.apple.com/itunes/download/) โดยไปสมัครรับ Podcast (ศึกษาวิธีการสมัครรับ Podcast ได้ที่ http://mp3.about.com/od/tutorials/ht/iTunes_Podcasts.htm)

ในนิตยสาร Monitor ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 นี้ ได้แนะนำ Podcast ที่น่าสนใจ อาทิ

  • The Psych Files: พูดถึงการนำผลการวิจัยทางวิชาการไปใช้ในชีวิตประจำวัน ติดตามได้ที่ http://www.thepsychfiles.com/
  • Shrink Rap Radio: สัมภาษณ์นักวิตวิทยาระดับแนวหน้าจากหลากหลายสาขา ติดตามได้ที่ http://www.shrinkrapradio.com/
  • This Week in the History of Psychology: เรื่องราวสำคัญๆ ในสาขาวิชาจิตวิทยาในอดีต http://www.yorku.ca/christo/podcasts/
  • Great Ideas in Psychology: นำเสนอแนวคิดดีๆ ด้านจิตวิทยา ตั้งแต่จิตวิเคราะห์ไปจนถึงพฤติกรรมนิยม http://www.todddaniel.com/
  • Science Magazine: นำเสนอ Podcast รายสัปดาห์ รายงานข่าวเกี่ยวกับการวิจัยจากหลากหลายสาขาวิชา http://www.sciencemag.org/rss/porcasts.xml

นอกจากนี้ยังมีความรู้อีกมากมายให้ดาวน์โหลดไปฟังกันได้ฟรีๆ ครับ… ที่สำคัญ ยังได้เป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย 😀

บทส่งท้าย
ฉบับนี้อาจจะสั้นไปนิดนึงนะครับ ถือว่าชดเชยไปในฉบับก่อนแล้วที่ยาวเสียเหลือเกิน 😀  ในฉบับหน้านั้น ผมมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับ Neuroscience มาฝากด้วยครับ เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจมากว่า เหตุใดเมื่อร่างกายเราเกิด “ติด” อะไรบางอย่างแล้ว มันเลิกยากเสียเหลือเกิน… แต่ตอนนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนละครับ งานราษฎร์ที่รับมาทำยังเหลืออยู่เพียบเลย