นักวิจัยเผยความเป็นไปได้ในการบันทึกความฝันของมนุษย์

มีรายงานจาก BBC News เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ว่านักวิจัยอเมริกันเผยถึงแผนที่จะบันทึก และแปลผลความฝันของมนุษย์ในวารสาร Nature โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ดังกล่าวเผยว่า พวกเขาได้พัฒนาระบที่สามารถบันทึกกิจกรรมทที่เกิดขึ้นในสมองในระดับสูงได้

ภาพจาก Popular Science

ความฝันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์เรามาอย่างยาวนาน และทุกยุคทุกสมัยต่างก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการที่จะตีความความฝัน ซึ่งจะเห็นได้จากเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่ในนิยาย … คนสมัยก่อนเชื่อว่า ความฝันของคนเราสามารถทำนายอนาคตได้ (แน่นอนว่าสำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย ความฝันมักถูกเอาไปตีความเป็นหวยได้ด้วยเช่นกัน)

ดร. เซิร์ฟ (Dr. Cerf) มีโครงการที่จะพัฒนาระบบที่จะช่วยให้นักจิตวิทยาสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลความฝันของมนุษย์ ให้อยู่ในรูปของภาพอิเล็กทรอนิกส์ของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสมอง โดยเป้าหมายนั้นไม่ใช่เพื่อไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของใคร แต่เพื่อให้เราสามารถเข้าใจได้มากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการของความฝัน

ทั้งนี้ นักจิตวิทยาใช้ความฝันเป็นเครื่องมือในการเข้าใจถึงจิตใต้สำนึก แต่ยังมีข้อจำกัดในการศึกษาดังกล่าวอยู่ เพราะว่าการศึกษาจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อนักจิตวิทยาถามถึงความฝันหลังจากที่กลุ่มทดลองตื่นแล้วเท่านั้น แต่หากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ ก็จะช่วยให้กระบวนการศึกษาของนักจิตวิทยาสามารถเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และแม่นยำยิ่งขึ้น (ต้องไม่ลืมว่ามีความเป็นไปได้สูง ที่คนเราจะลืมความฝัน หรือลืมรายละเอียดในความฝันของตนเองหลังตื่นขึ้นมา)

ดร. เซิร์ฟ และคณะอ้างว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเซลล์ประสาทสมองแต่ละส่วน มีความเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับแนวคิด หรือวัตถุบางอย่าง ดังนั้นหากเขาสามารถเก็บข้อมูลจากกลุ่มทดลองของเขามาได้มากพอ ก็จะสามารถที่จะสร้างฐานข้อมูลเพื่อใช้ตีความความฝันได้ โดยดูจากว่าเซลล์ประสาทใดที่ทำงานในระหว่างที่เกิดความฝัน

อย่างไรก็ดี แม้แนวคิดดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้ แต่ก็ยังอีกยาวไกลกว่าที่จะบรรลุ ทั้งนี้เพราะต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มากพอ จึงจะสามารถตีความหมายของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสมองขณะหลับให้กลายเป็นเรื่องราวของความฝันได้จริงๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ดร. เซิร์ฟ และคณะ ก็ยังอยู่ในระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว … อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นนะขณะนี้ก็คือ ความละเอียดของการตรวจสอบเซลล์ประสาท เพราะจำเป็นที่จะต้องทำการผ่าตัดเพื่อฝังอุปกรณ์ตรวจสอบดังกล่าวเข้าไปในส่วนลึกของสมองด้วย (ณ ตอนที่เขียนบทความวิจัย คณะวิจัยใช้วิธีการตรวจสอบคนไข้ด้วยการฝังอิเล็กโทรดเข้าไป)

หากประสบความสำเร็จ งานวิจัยดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ได้อีกมากมาย อาทิ การทำความเข้าใจกับบุคคลที่ไม่สามารถสื่อสารได้ เช่น ผู้ที่อยู่ในอาการโคม่า เป็นต้น

ก็หวังเอาไว้เพียงแค่ว่า จะไม่ถูกนำมาใช้ในการทหาร หรือในทางที่มิชอบละครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Dream recording device ‘possible’ researcher claims ทาง BBC News

Mind-Reading Scanner Could Record and Analyze Dreams, Says Brain Researcher : Popular Science

Share

Advertisements

เกี่ยวกับ นายกาฝาก
บล็อกเกอร์สายรีวิวที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี จิตวิทยา และทรัพยากรมนุษย์ และเนื่องจากได้ร่ำเรียนปริญญาโทภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (แต่ไม่จบเพราะมัวแต่เอาความรู้มาใช้จริง จนลืมทำวิทยานิพนธ์) จึงคิดว่าจะเป็นการดีที่จะนำความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และจิตวิทยาที่ได้ มาเผยแพร่เพื่อคนอื่นๆ ต่อ ... ปัจจุบัน เป็นวิทยากรรับเชิญในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา โซเชียลมีเดีย ดิจิตอลมาเก็ตติ้ง และเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่มบริษัท Adecco Thailand ในด้านเนื้อหากับโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: