เมื่อความอ่อนน้อมถ่อมตนส่งผลเสียต่อการหางานของผู้ชาย

สวัสดีครับ พี่น้องผองเพื่อนชาวจิตวิทยาอุตสาหกรรมทุกท่าน ไม่ได้พบกันนานทีเดียว ต้องขออภัยจริงๆ ครับ เพราะว่างานในงานนอกรัดตัวสุดๆ แต่วันนี้ผมขอแก้ตัวด้วยงานวิจัยที่น่าสนใจฉบับหนึ่ง เอามาเล่าสู่กันฟังครับ … งานวิจัยฉบับบนี้มาจาก Psychology of Men & Masculinity ปี ค.ศ. 2010 ฉบับที่ 11 (2) หน้า 140-151 โดยมีชื่อว่า When Men Break the Gender Rules : Status Incongruity and Backlash Against Modest Men หรือแปลเป็นไทยได้ราวๆ ว่า เมื่อผู้ชายแหกกฎแห่งเพศ : ความไม่สอดคล้องกันและผลสะท้อนกลับอันรุนแรงที่มีต่อเหล่าผู้ชายที่อ่อนน้อมถ่อมตน นั่นเอง

พอพูดถึง Gender Rules หรือ กฎแห่งเพศ เราย่อมนึกถึงความเชื่อแบบที่เรียกว่า Stereotype ว่า เพศชายนั้นจะเป็นเพศที่มีลักษณะของ Agentic คือ ไม่นิยมพึ่งพาใคร เวลาจะทำอะไรก็เน้นแต่ตัวเองเป็นสำคัญ มากกว่าเพศหญิง ในขณะที่เพศหญิงนั้นจะเป็นลักษณะของ Communal คือ คิดถึงใจเขาใจเรา และ มีความอ่อนน้อมถ่อมตนสูง มากกว่าเพศชายเช่นกัน

จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินเสมอๆ ว่า ร้องไห้เนี่ยเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า อย่ามาจู้จี้จุกจิกแบบผู้หญิงได้ไหม อย่าปอดแหกน่า ฯลฯ ทั้งนี้เพราะตามกฎแห่งเพศแล้ว เพศชายเป็นเพศที่ต้องเข้มแข็งนั่นเอง จะมาแสดงความอ่อนแอไม่ได้ แต่บ่อยครั้งที่การพยายามวางตัวให้เป็นไปตามความเชื่อทางสังคมแบบนี้ ส่งผลร้ายต่อเพศชาย เช่น การแสดงออกในทางก้าวร้าวจนเกินไป ก็มีผลต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความที่ต้องเก็บกดความรู้สึกตลอด ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจได้ไม่แพ้กัน … แต่ถึงกระนั้น หากเพศชายไม่พยายามที่จะประพฤติตนให้เป็นไปตามความเชื่อทางสังคม ผลกระทบร้ายๆ ก็ยังเกิดขึ้นเช่นกัน เช่น หากผู้ชายที่อ่อนน้อมถ่อมตน ก็มักจะถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอไป

ในงานวิจัยฉบับนี้ได้พูดถึงสมมติฐานหนึ่งที่น่าสนใจคือ The Status Incongruity Hypothesis (SIH) หรือแปลเป็นไทยว่า สมมติฐานเกี่ยวกับความไม่สอดคล้องกันของสถานะ ซึ่งอยากให้เรารู้จักกับคำสองคำ คือ Prescriptive rules ซึ่งเป็นกฎกติตาที่กำหนดว่า เพศชายและเพศหญิง ควรเป็นอย่างไร กับ Proscriptive rules ที่เป็นตัวกำหนดว่า เพศชายและเพศหญิง ไม่ควรเป็นอย่างไร การไปแหกกฎแห่งเพศที่เป็นตัวชี้ว่าเพศชายเพศหญิงควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะส่งผลสะท้อนกลับที่ร้ายแรงอย่างรุนแรง ซึ่งมีงานวิจัยทีสนับสนุนสมมติฐานนี้แล้ว

สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ อยู่บนพื้นฐานของ SIH และตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่าภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน คือ ต่างก็เป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยกันทั้งคู่ เพศชายจะดูอ่อนแอกว่าเพศหญิง และจะมีคนถูกใจน้อยกว่า โอกาสได้งานก็น้อยกว่า เพศหญิงที่แสดงออกถึงความอ่อนน้องถ่อมตนเหมือนๆ กัน

ส่วนผลของงานวิจัยจะเป็นอย่างไรนั้น … สามารถดาวน์โหลดไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ

Advertisements

เกี่ยวกับ นายกาฝาก
บล็อกเกอร์สายรีวิวที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี จิตวิทยา และทรัพยากรมนุษย์ และเนื่องจากได้ร่ำเรียนปริญญาโทภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (แต่ไม่จบเพราะมัวแต่เอาความรู้มาใช้จริง จนลืมทำวิทยานิพนธ์) จึงคิดว่าจะเป็นการดีที่จะนำความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และจิตวิทยาที่ได้ มาเผยแพร่เพื่อคนอื่นๆ ต่อ ... ปัจจุบัน เป็นวิทยากรรับเชิญในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา โซเชียลมีเดีย ดิจิตอลมาเก็ตติ้ง และเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่มบริษัท Adecco Thailand ในด้านเนื้อหากับโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: