จดหมายข่าว MIOPTU ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน 2553

สวัสดีครับ เพื่อนๆ MIOP ทุกท่าน ในที่สุดก็สามารถจัดเวลาได้ลงตัวแล้วครับ สรุปเป็นว่าจดหมายข่าว MIOP ก็จะออกประมาณปลายๆ เดือนกำลังดีครับ

เดือนนี้มีประเด็นร้อนๆ ในบ้านเมืองเราค่อนข้างเยอะ ในฐานะคนที่เรียนจิตวิทยาอุตสาหกรรม หากเราพิจารณาประเด็นบ้านเมืองกันดีๆ แล้ว เราสามารถที่จะเรียนรู้แนวคิดด้านจิตวิทยาได้อย่างมาก โดยเฉพาะด้านพฤติกรรมศาสตร์เลยทีเดียว แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปชวนใครคุยเรื่องการเมืองนะครับ ดราม่าเยอะมาก เห็นมาหลายรายแล้ว พาลจะชวนทะเลาะกันเปล่าๆ ครับ

เอาล่ะครับ… มาดูกันดีกว่าว่าในรอบเดือนที่ผ่านมา (มีนาคม – เมษายน) มีความรู้ทางจิตวิทยาอะไรที่น่าสนใจ และผมได้ไปพบไปเจอกันบ้างครับ

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ จริงไหม?

ในคอลัมน์วิทยาศาสตร์ของหนังสือพิมพ์ The New York Times เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ How the Men Reacted as the Titanic and Lusitania Went Under โดยตั้งข้อสังเกตความแตกต่างของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มทั้งสองครั้ง ผู้วิจัยพบว่า ในกรณีของเรือไททานิคนั้น เด็กมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 14.8% ในขณะที่กรณีของเรือลูซิทาเนียนั้น เด็กมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ใหญ่แค่ 5.3% นอกจากนี้ ในกรณีของเรือไททาทิคนั้น ผู้หญิงมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ชายถึง 53% เลยทีเดียว ในขณะที่บนเรือลูซิทาเนียนั้น ผู้หญิงมีโอกาสรอดมากกว่าผู้ชายแค่ 1.1%

จากสถิติดังกล่าว เราอาจมองได้ว่า ในขณะที่เรือลูซิทาเนียกำลังจมนั้น ดูเหมือนว่าผู้คนบนเรือคิดแต่เรื่องเอาชีวิตรอดของตนเอง ดังนั้น ผู้ใหญ่และเพศชาย จึงมีแนวโน้มที่จะเอาตัวรอดได้มากกว่า (เนื่องจากแข็งแรงกว่า กระฉับกระเฉงกว่า) แต่บนเรือไททานิคนั้นกลับตรงกันข้าม ผู้คนบนเรือไททานิคดูจะช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กมากกว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

ผู้วิจัยให้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า “เมื่อถึงคราวที่เราจะต้องตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็วมากๆ สัญชาตญาณของมนุษย์จะอยู่เหนือบรรทัดฐานทางสังคม” (Frey, Savage & Torgler, 2010) หมายความว่า หากเวลากระชั้นชิด มีเวลาคิดไม่มาก มนุษย์ก็จะตัดสินใจโดยใช้สัญชาตญาณเป็นสำคัญ แต่หากมีเวลาให้คิดแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็ตาม มนุษย์เราก็จะมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจโดยอิงตามบรรทัดฐานทางสังคม ณ ขนาดนั้น อย่างในกรณีของเรือลูซิทาเนียนั้น ตั้งแต่ทราบเหตุว่าเรือจะจมจนถึงตอนที่เรือจมนั้น ใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ผู้คนบนเรือต่างพึ่งสัญชาตญาณเอาตัวรอดเป็นสำคัญ แต่ในกรณีของเรือไททานิคนั้น กว่าเรือจะจมก็กินเวลาถึง 3 ชั่วโมง ผู้คนบนเรือมีโอกาสที่จะได้คิดมากกว่า จึงตัดสินใจบนพื้นฐานของบรรทัดฐานทางสังคมเป็นส่วนใหญ่

การวิจัยดังกล่าวถือว่าช่วยให้เราเข้าใจเรื่องกระบวนการรู้คิดของมนุษย์ได้มากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดเรื่องฉุกเฉินคอขาดบาดตาย… แต่ก็ขอให้พึงพิจารณาด้วยนะครับว่า ณ ห้วงเวลาดังกล่าว หากมีเวลาให้คิด มนุษย์เราจะเลือกทำตามบรรทัดฐานทางสังคมที่เขายึดถือ แต่บรรทัดฐานทางสังคมนั้น ไม่มีอะไรไปรับประกันได้ว่าจะเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ดีครับ 🙂 สถานการณ์บางครั้งก็สร้างวีรบุรุษ แต่บางครั้งก็เผยธาตุแท้ของคนได้เช่นกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Bruno S. Frey, David A. Savage & Benno Torgler (2010) Interaction of natural survival instincts and internalized social norms exploring the Titanic and Lusitania disasters. PNAS.

ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ

เนื่องจากว่าผมได้ทดลองเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอจดหมายข่าว MIOP เป็นแบบบล็อกแล้ว หลังจากลองเขียนไปได้ 2 เดือน พบว่า เวลาที่ผมเขียนยาวๆ ออกมา เวลาเปิดเว็บแล้วดูน่ารำคาญนิดนึงครับ (ในสายตา ความรู้สึกของนักท่องเว็บตัวยงอย่างผม) อีกทั้ง บางเดือนมีเรื่องที่อยากเขียนถึงมากกว่าบางเดือน ผมเลยอยากขอปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข่าวคราว MIOP เป็นแบบบล็อกนะครับ คือ จะออกมากกว่าเดือนละ 1 หนเป็นอย่างน้อยครับ เดือนไหนมีข่าวคราวอะไรน่าสนใจเกี่ยวกับ MIOP ผมก็จะอัพบล็อกเยอะหน่อย

ประกอบกับว่า เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีสมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นชาว MIOP เหมือนกัน แต่ว่ามาจากจุฬาฯ เข้ามาสมัครสมาชิกกลุ่มครับ ดังนั้นผมว่าเพื่อไปในแนวทางของ ชุมชน MIOP แบบไม่แบ่งแยกสถาบัน เพื่อจะได้มาร่วมแชร์ความรู้กัน ผมจึงขอเปลี่ยนวิธีการนำเสนอครับ

ดังนั้นหัวข้อที่ชื่อ จดหมายข่าว MIOP TU ก็จะเปลี่ยนไปเป็นหัวข้อเรื่องที่ผมจะเขียนถึงใน ณ วันเวลานั้นๆ ครับ จึงขอเรียนมาให้ทราบ ณ ที่นี้ด้วย

Advertisements