จดหมายข่าว MIOP TU ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม 2553

ทักทายกันก่อน

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังครับ พี่น้องผองเพื่อนชาว MIOP TU ทั้งหลาย ขอให้ปีนี้ทุกท่านจงประสบแต่ความโชคดี คิดหวังสิ่งใดประการใดก็ได้สมปรารถนากันทุกท่านนะครับ ใครที่กำลังทำ Individual Research (IR) หรือ Thesis อยู่ ก็ขอให้ได้หัวข้อดีๆ เสียที ใครที่ได้หัวข้อแล้วก็ขอให้เขียนบทที่ 1-3 คล่องปรื๊ดๆ ไปให้อาจารย์ดีรวดเดียวผ่านตลอด…

ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่จดหมายข่าวของเราก็มาถึงปีที่ 2 ฉบับที่ 1 แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายเท่าไหร่นัก สาเหตุหนึ่งก็น่าจะมาจากการที่สมัครเข้ามารับข่าวสารยาก เพราะต้องเข้า Google group ซะก่อน แต่ต้องขอให้เข้าใจกันหน่อยนะครับ เพราะถ้าไม่เข้มงวดขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวจะมีพวกแฮกเกอร์แอบเข้ามาใช้ประโยชน์ (ล่าสุดเดือนที่ผ่านมา มีพวกแฮกเกอร์แอบเข้ามาสมัครอยู่ 3 ราย ผมตรวจเจอและแบนไปเรียบร้อย)

เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปพบปะสังสรรค์กับพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ชาว MIOP TU ทุกท่านในงาน Reunion’52 Retro go back to the future ซึ่งจัดโดยทีมงาน MIOP รุ่น 19 และ 20 บอกตรงๆ ว่าประทับใจมากๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มางานดีๆ แบบนี้อีกในปี 2553 นี้ครับ

เอาละ เกริ่นนำกันมาเกือบครึ่งหน้าแล้ว เรามาเข้าสู่เนื้อหาหลักกันเลยดีกว่าครับ…

แนวทางการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยด้วยอินเตอร์เน็ต

ในจดหมายข่าวฉบับที่แล้ว ผมติดค้างที่จะพูดถึงเรื่องแนวทางในการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูลงานวิจัย ผมก็เลยขอมาเขียนยกยอดในฉบับนี้แล้วกันนะครับ… ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเรียนแล้ว อาจารย์หลายๆ ท่าน จะมอบหมายงานให้พวกเราต้องไปหาบทความในวารสาร (หรือที่เราเรียกว่า Journal นั่นแหละ) มาแปลส่งอยู่บ่อยๆ ในปีแรกที่ผมเข้ามาเรียน (พ.ศ. 2550) นั้น หอสมุดของ ม.ธ. ยังคงเป็นสมาชิกรับวารสาร Journal of Applied Psychology อยู่ แต่พอเข้าปี พ.ศ. 2551 อยู่ๆ ก็ไม่มีการอัพเดตซะงั้น เลยทำให้พวกเราต้องลำบากลำบนพอสมควร สำหรับตัวผม ผมเลือกที่จะระดมพล รวบรวมเงินเพื่อนๆ น้องๆ มาสมัครเป็นสมาชิก Database ของ APA ซะเลย (ผมเขียนถึงไปในจดหมายข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 3 เดือนพฤศจิกายน)… แต่สำหรับบางคนที่คิดว่า ยังไม่มีความประสงค์จะเสียเงินล่ะ จะทำยังไงดี? คำตอบคือ ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากอินเตอร์เน็ตครับ

แหล่งในการสืบค้นข้อมูลที่ดีที่สุดยังไงเสียก็หนีไม่พ้นพี่กุ๊ก Google.com ของเรานั่นเอง ผมเชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่รู้ว่า Google นั้นมีความสามารถล้นเหลือมากกว่าการค้นหาข้อมูลตาม keyword ที่เราพิมพ์ลงไป
 
ตามปรกติแล้ว หากเราพิมพ์ keyword ที่ต้องการจะใช้ค้นหาลงไปใน Google (ภาพด้านบน) เราก็จะสามารถที่จะค้นหาหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องกับ keyword ที่เราต้องการได้ (ภาพด้านล่าง) แต่นั่นแหละคือปัญหา เพราะสิ่งที่เราต้องการ มันไม่ใช่หน้าเว็บจริงไหมล่ะครับ เราต้องการงานวิจัยหรือบทความที่เกี่ยวข้องมากกว่า

ส่วนใหญ่แล้ว งานวิจัยหรือบทความต่างๆ มักจะอยู่ในรูปของวารสาร ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ได้ถูกแปลงสภาพเป็นไฟล์ดิจิตอลเช่น เอกสาร Word (.doc) หรือ Acrobat PDF (.pdf) ซึ่ง Google นั้นมีคุณสมบัติในการค้นหาไฟล์เหล่านี้ให้เราได้ด้วย เพียงแต่เราต้องระบุข้อมูลเพิ่มลงไปใน keyword ของเราซักหน่อย เท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น เราอยากค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง Psychological Capital เราก็จะใส่ keyword เป็น Psychological Capital filetype:pdf ทำแบบนี้ก็เพื่อบอกให้ Google รู้ว่า ที่เราต้องการนั้นคือ ไฟล์จำพวก Acrobat PDF ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ Psychological Capital ครับ นอกจากนี้เรายังสามารถระบุไฟล์ชนิดอื่นๆ ได้อีก เช่น filetype:ppt สำหรับเอกสารพวก PowerPoint filetype:doc สำหรับเอกสาร Microsoft Word เป็นต้น

เพียงแค่นี้ผลลัพธ์ของการค้นหา ก็จะถูกจำกัดวงอยู่แค่ชนิดของเอกสารที่เราต้องการ อย่างรูปด้านบนนี้เป็นผลการค้นหา Psychological Capital เฉพาะไฟล์ PDF เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็จะมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้พวกบทความงานวิจัยครับ

เห็นไหมครับ แค่นี้เราก็หาเจองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Psychological Capital แล้ว

ที่เหลือก็อยู่ที่ว่า งานวิจัยดังกล่าวเป็นของปีไหนก็เท่านั้นเองครับ อย่างที่ผมได้มานี้เป็นของปี ค.ศ. 2006 ค่อนข้างใหม่ทีเดียวเชียว

ตัวอย่างข้างต้น เป็นการค้นหาในกรณีที่เราไม่รู้เลยว่าเราอยากได้อะไร แต่หากเราต้องการแบบที่เป็นเฉพาะเจาะจงแล้วละก็ เราก็สามารถระบุให้ชัดเจนได้อีกครับ เช่น บ่อยครั้งที่เราทำการทบทวนวรรณกรรม (Literature review) แล้ว มันอ้างอิงถึงงานวิจัยชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นพิเศษ แล้วเราอยากที่จะหางานวิจัยชิ้นนั้นมาอ่าน เราก็สามารถที่จะค้นหาจาก Google ได้ โดยการใช้ชื่อเต็มของบทความหรืองานวิจัยนั้นๆ ในการค้นหา แล้วก็ระบุ filetype เข้าไปเหมือนตัวอย่างข้างต้น เพียงแต่ผมไม่รับประกันนะครับ ว่าจะค้นหาเจอทุกงาน เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครเอางานวิจัยนั้นมาแปะไว้ในเว็บไซต์แล้ว Google เข้าไปหาเจอหรือไม่ครับ

ยังไม่จบนะครับ ยังมีต่ออีก แต่ว่าขอเอาไว้เป็นตอนสองให้อ่านติดตามต่อเดือนหน้าแล้วกันนะครับ…

การพัฒนาองค์การ Organization Development (ตอนที่ 1)

ผมเพิ่งอ่านข่าวไทยรัฐไปเมื่อหลายวันก่อน พูดถึงเรื่องการนำระบบ 5ส. เข้ามาใช้ในการพัฒนาองค์การแล้วก็อยากเขียนถึงเรื่องการพัฒนาองค์การซักหน่อย เพราะผู้บริหารองค์การขนาดเล็กตลอดไปจนถึงขนาดย่อมจำนวนไม่น้อยทีเดียว ที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาองค์การยังไม่ถ่องแท้เท่าไหร่ อีกทั้ง ใน MIOP TU เราก็มีการสอนวิชา OD ด้วย ผมเลยคิดว่าเขียนเล่าสู่กันอ่านเอาไว้ก็ไม่เสียหลายจริงไหมครับ

แต่ก่อนที่จะเริ่มนั้น ผมต้องขอออกตัวก่อนว่า สิ่งที่พวกท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ คือ ผลจากการกลั่นกรองมาจากความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจาก รศ. ดร. สิทธิโชค วรานุสันติกูล และ นพ. สุทธิศักดิ์ คณาปราชญ์ ในวิชา จ. 636 Psychology for Organization Development ซึ่งด้วยความรู้ที่จำกัดของผม จึงอาจยังมีความเป็นไปได้ที่เนื้อหาบางส่วนนั้น ยังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากผิดพลาดตรงไหน ประการใด จับไต๋ผมได้ก็ช่วยๆ แจ้งมาให้แก้กันนะครับ ผมน้อมรับคำเสนอแนะเสมอครับ… เอาล่ะ เริ่มกันเลยดีกว่า…

คำว่าการพัฒนาองค์การ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Organization development ก็แปลตรงๆ ตัวนั่นแหละครับ แต่คำคำนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าที่เห็นมาก… แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมาในเมืองไทยก็หลายปีแล้ว ตั้งแต่ยุคที่มีการนำวิธีการที่เรียกว่า T-group เข้ามาในเมืองไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 โดย ศ. ดร. หลุย จำปาเทศ แต่เริ่มมานิยมมากและพูดถึงกันแพร่หลายตอนช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี พ.ศ. 2540 เพราะหลายองค์การธุรกิจต้องประสบกับภาวะยากลำบาก และมีความต้องการในการพัฒนาองค์การสูง เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในวิกฤติ

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม หลายองค์การก็ยังเข้าใจในเรื่องการพัฒนาองค์การอย่างผิดๆ บางแห่งพาลคิดว่า การพัฒนาองค์การคือการที่ปีนึงๆ จะพาพนักงานไปทำกิจกรรมที่เรียกว่า Walk Rally (รุ่น 19 ที่เรียนกับอาจารย์สิทธิโชคคงจำได้ ว่าอาจารย์หมอเองก็เคยยกตัวอย่างแบบนี้มาแล้ว) ในขณะที่อีกหลายองค์การก็นึกเอาว่า การพัฒนาองค์การคือเอาเครื่องมืออย่าง KPIs, Balanced scorecard หรือ ระบบมาตรฐานอย่าง ISO9001, QMS, TQM ฯลฯ เข้ามาใช้ในองค์การ แต่ที่เข้าใจผิดสุดๆ ก็เห็นจะเป็นที่บางองค์การจะมีความเชื่อว่า เมื่อได้เอาเครื่องมือพวกนี้ เอาระบบพวกนี้ เข้ามาใช้ในองค์การแล้ว มันจะนำพาองค์การให้ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน 100%

การพัฒนาองค์การคืออะไร?

ในยุคแรกๆ นั้น นักคิดอย่าง Richard Beckhard (1969) ได้ให้คำนิยามของการพัฒนาองค์การเอาไว้ว่า “การพัฒนาองค์การ คือความพยายามในระดับองค์การที่มีการวางแผนและจัดการจากระดับบนขององค์การ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเข้มแข็งขององค์การ ผ่านการวางแผนและแทรกแซงกระบวนการขององค์การด้วย โดยอาศัยความรู้ด้านพฤติกรรมศาสตร์”

สังเกตได้ว่า เขาเน้นความสำคัญไปที่การจัดการจากระดับบนขององค์การ และการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพราะในสมัยนั้น นักวิชาการเปรียบเทียบองค์การว่าเป็นเหมือนเครื่องจักร หน่วยงานต่างๆ เปรียบเหมือนส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องจักร และผู้คนในองค์การเปรียบเหมือนฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเครื่องจักรให้ทำงาน ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป นิยามของการพัฒาองค์การจึงมีการเปลี่ยนแปลงไป

Porras และ Robertson (1992) ได้ให้คำนิยามว่า “การพัฒนาองค์การหมายถึงการนำเอาทฤษฎี ค่านิยม กล-ยุทธ์ และเทคนิคทางพฤติกรรมศาสตร์มาใช้วางแผนการเปลี่ยนแปลงการทำงานในองค์การด้วยจุดประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาบุคคล การปรับปรุงการปฏิบัติงานขององค์การ ทั้งนี้กระทำผ่านการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการทำงานของพนักงานในองค์การ”

แต่ไม่ว่าจะยุคสมัยเปลี่ยนไปยังไงก็ตาม หากพิจารณาจากนิยามของการพัฒนาองค์การให้ดีๆ แล้ว เราจะเห็นว่ามีความเหมือนกันอยู่ที่ต่างก็มุ่งเน้นที่การพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การโดยการใช้ความรู้ด้านพฤติกรรมศาสตร์เหมือนกัน เพียงแต่ความแตกต่างที่สำคัญคือ ในยุคแรกๆ นั้นจะเป็นการผ่านจากระดับบนขององค์การมายังระดับล่าง ในขณะที่ในปัจจุบันนั้น จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของพนักงานในองค์การ (ซึ่งคำว่าพนักงานนองค์การนี้ หมายถึงทุกๆ คนในองค์การ นั่นเอง)

ใช่ครับ… การพัฒนาองค์การนั้นหมดยุคของการที่ทำเพราะผู้บริหารเห็นดีเห็นงาม เลยสั่งให้ทำๆ ไป โดยที่ไม่ได้สื่อสารกับพนักงานทุกระดับในองค์การเลย ไปแล้ว จึงไม่แปลกที่ทางญี่ปุ่น ซึ่งประสบความสำเร็จในเรื่องของการพัฒนาองค์การอย่างมาก จึงเน้นใช้แนวคิด TQM (Total Quality Management) ซึ่งเป็นการบริหารองค์การแบบองค์รวม ทุกคนมีส่วนร่วม

ตอนหน้าเราจะมาพูดถึงเรื่อง ขั้นตอนในการพัฒนาองค์การกันครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Beckhard, R. (1969). Organization development: Strategies and Models. Reading, MA: Addison-Wesley.
  • Porras, J. I., & Robertso, P. J. (1992). Organization development: Theory, practice, and research. In M. D. Dunnette, & L. M. Hough, Handbook of industrial and organizational psychology 2nd ed. (Vol. 3, pp. 719-822). Palo Alto: Consulting Psychologists Press.

Journal น่าสนใจ

และจะขาดไม่ได้เลยสำหรับจดหมายข่าวแต่ละฉบับ ที่ผมก็อยากหยิบยก Journal ที่น่าสนใจเอามาฝากทุกท่าน เผื่อว่าจะได้เป็นแนวทางในการใช้เป็นหัวข้อ IR หรือ Thesis ได้ ในครั้งนี้ผมอยากนำเสนอตัวแปรอีกหนึ่งตัวที่ระยะหลังก็เริ่มมีคนให้ความสนใจมากขึ้น นั่นก็คือ Job Embeddedness ครับ เจ้าตัวแปรนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการลาออกของพนักงาน (Turnover) โดยตรง แต่จะตรงกันข้ามกันแนวทางการศึกษาแบบเดิมๆ ซึ่งพยายามศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อการลาออกของพนักงาน แต่ Mitchell และคณะ นั้นทำการศึกษาแบบมองต่างมุมครับ คือ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลให้พนักงานเลือกที่จะคงอยู่กับองค์การต่อไปแทน ซึ่งได้เสนอตัวแปร 2 มิติ มา ได้แก่ มิติด้านองค์การ และมิติด้านชุมชน ซึ่งแต่ละมิตินั้นก็จะประกอบไปด้วยตัวแปร 3 ตัว ได้แก่ Link, Fit และ Sacrifice… แต่ละมิติจะเน้นที่เรื่องอะไร และแต่ละตัวแปรจะหมายถึงอะไรนั้น อยากรู้ต้องลองอ่านดูเอาครับ… งานวิจัยที่ผมให้ไว้ใน ลิงก์นี้ จะเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่ Mitchell และคณะได้เผยแพร่เอาไว้ ส่วนใครที่สนใจจะศึกษาต่อ สามารถส่งอีเมล์เข้ามาขอเพิ่มได้ที่ kafaak@gmail.com เลยครับ

บทส่งท้าย

ในฉบับหน้านี้ผมจะมาปิดท้ายเรื่องของการนำเสนอข้อมูลครับ โดยจะพูดถึงเว็บไซต์สองแห่ง ที่คุณสามารถเข้าไปสืบค้นหางานวิจัยได้ง่ายๆ เชื่อว่าคงจะช่วยได้เยอะทีเดียว… สำหรับใครที่มีเทคนิคในการสืบค้นข้อมูล หรือมีแหล่งลับในการสืบค้นข้อมูล ก็ขอเชิญชวนให้แบ่งปันกันครับ สำหรับตอนนี้ผมคงต้องขอตัวเผ่นไปก่อนแล้ว ก่อนที่ทุกๆ ท่านจะรำคาญที่ผมเขียนยืดยาวครับ พบกันใหม่เดือนกุมภาพันธ์ สวัสดีครับ

Advertisements

เกี่ยวกับ นายกาฝาก
บล็อกเกอร์สายรีวิวที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี จิตวิทยา และทรัพยากรมนุษย์ และเนื่องจากได้ร่ำเรียนปริญญาโทภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (แต่ไม่จบเพราะมัวแต่เอาความรู้มาใช้จริง จนลืมทำวิทยานิพนธ์) จึงคิดว่าจะเป็นการดีที่จะนำความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และจิตวิทยาที่ได้ มาเผยแพร่เพื่อคนอื่นๆ ต่อ ... ปัจจุบัน เป็นวิทยากรรับเชิญในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา โซเชียลมีเดีย ดิจิตอลมาเก็ตติ้ง และเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่มบริษัท Adecco Thailand ในด้านเนื้อหากับโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: