จดหมายข่าว MIOP TU ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 เดือนตุลาคม 2552

ทักทายกันก่อน

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้ง สำหรับจดหมายข่าว MIOP TU ฉบับที่ 2 ช่วงที่กำลังเริ่มเขียนจดหมายข่าวฉบับนี้ ก็เป็นช่วงที่หลายวิชาเริ่มสอบกันแล้ว กว่าทีสมาชิกทุกท่านจะได้รับจดหมายข่าว ผมเข้าใจว่าคงสอบเสร็จกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว ก็ขอให้ได้เกรด A กันถ้วนหน้านะครับ…

การลงทะเบียนภาคเรียนที่ 2/2552

เหตุการณ์สำคัญประจำเดือนนี้ นอกจากการสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2552 แล้ว ก็เห็นจะหลีกเลี่ยงไม่พ้น การลงทะเบียนภาคเรียนที่ 2/2552 ล่ะครับ ผมก็เลยขอเอารายละเอียดมาส่งให้ได้อ่านกันนะครับ

 

ช่วงเวลาการลงทะเบียนภาค 2/2552 แบ่งออกตามรุ่นต่างๆ ดังนี้ครับ

1. วันที่ 19 ตุลาคม 2552 รุ่น 14-15 (ปีการศึกษา 46-47)
2. วันที่ 20 ตุลาคม 2552 รุ่น 16-17 (ปีการศึกษา 48-49)
3. วันที่ 21 ตุลาคม 2552 รุ่น 18-19 (ปีการศึกษา 50-51)
4. วันที่ 22 ตุลาคม 2552 รุ่น 20 (ปีการศึกษา 52)

 

โดยมีอัตราค่าลงทะเบียน แตกต่างออกไปตามรุ่นต่างๆ ด้วยเช่นกัน ดังนี้

 

—————————————
อัตราค่าลงทะเบียน รุ่น 14,15,16 และ 17
1. ค่าลงทะเบียน 5,400 บาท (ลงทะเบียน 1 วิชา 3 หน่วยกิตๆ ละ 1,800 บาท)
2. ค่าบำรุงมหาวิทยาลัยภาคละ 1,500 บาท
3. ค่าบำรุงห้องสมุดภาคละ 1,500 บาท
4. ค่าธรรมเนียมการใช้เครือข่ายภาคละ 300 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 8,700 บาท
หมายเหตุ – หากลงทะเบียน 2 วิชา 6 หน่วยกิต รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 14,100 บาท
– หากลงทะเบียน 3 วิชา 9 หน่วยกิต รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 19,500 บาท
—————————————-

อัตราค่าลงทะเบียน รุ่น 18,19,20
1. ค่าลงทะเบียน 18,000 บาท (ลงทะเบียน 3 วิชา 9 หน่วยกิตๆ ละ 2,000 บาท)
2. ค่าบำรุงห้องสมุดภาคละ 1,500 บาท
3. ค่าบำรุงห้องสมุดภาคละ 1,500 บาท
4. ค่าธรรมเนียมการใช้เครือข่ายภาคละ 300 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 21,300 บาท
หมายเหตุ – หากลงทะเบียน 2 วิชา 6 หน่วยกิต รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 15,300 บาท
————————————————————
อัตราค่าลงทะเบียนรุ่น 20
1. ค่าลงทะเบียน 18,000 บาท
(ลงทะเบียน 3 วิชา 9 หน่วยกิต ๆ ละ 2,000 บาท)
2. ค่าบำรุงมหาวิทยาลัยภาคละ 1,500 บาท
3. ค่าบำรุงห้องสมุดภาคละ 1,500 บาท
4. ค่าธรรมเนียมการใช้เครือข่ายภาคละ 300 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 21,300 บาท
หมายเหตุ – หากลงทะเบียน 2 วิชา 6 หน่วยกิต รวมค่าใช้ทั้งสิ้น 15,300 บาท

******* วิธีการชำระค่าลงทะเบียน ******
โอน เงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ เข้าบัญชี “โครงการปริญญาโท จิตวิทยาอุตาหกรรมและองค์การ มธ” ตัวย่อ “MIOP” บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 114-2-07188-2 สาขาย่อยท่าพระจันทร์
นำสำเนาการโอนเงินมาลงทะเบียนที่ห้อง 207 ตามกำหนดในวันลงทะเบียน พร้อมส่งบัตรจดทะเบียนในเวลาทำการ 13.00-20.00 น.

************ หมายเหตุ ************
** โครงการฯ จะไม่รับลงทะเบียนหากเลยกำหนดเวลาที่โครงการฯกำหนดไว้ข้างต้น
** วันที่ 6-11 พศจิกายน 2552 ช่วงเพิ่ม-ถอน และจดทะเบียนล่าช้า โดยชำระค่าปรับวันละ 100 บาท
** นักศึกษาที่ลงทะเบียนในช่วงปกติแล้ว ไม่ต้องชำระค่าปรับเมื่อต้องการเพิ่มวิชาเสียเฉพาะค่าหน่วยกิต
** เปิดเรียนวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2552
** นักศึกษาที่ไม่ได้ลงทะเบียนภาค 1/2552 ต้องชำระค่าธรรมเนียมโครงการเพิ่ม 5,000 บาท

 

สำหรับใครก็ตามที่เทอมนี้ยังไม่ได้คิดจะลงทะเบียน IR หรือ Thesis ก็จะต้องลาพักการศึกษาเช่นเคยนะครับ ค่าใช้จ่ายในการลาพักการศึกษา 3,000 บาท ไปจ่ายเงินที่ตึกโดมเช่นเคย โดยจะต้องทำเรื่องลาพักการศึกษาภายในเวลา 1 เดือน หลังจากช่วงลงทะเบียนเสร็จสิ้นครับ

แนวทางการเรียน ภาคเรียนที่ 2/2552

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนวิชาต่างๆ ในภาคเรียนที่ 2 นี้ ผมก็จะขอเล่าประสบการณ์คร่าวๆ เกี่ยวกับวิชาต่างๆ ที่เคยได้เรียนมาให้เพื่อนๆ สมาชิกรุ่น 19 และ 20 ได้อ่านกัน เพื่อจะได้เตรียมตัว (และเตรียมใจ) ได้ถูก พร้อมรับมือกันเต็มที่ครับ

 

สำหรับรุ่น 19 ปี 2 เทอม 1 ว่าเหนื่อยแล้ว ปี 2 เทอม 2 จะหนักยิ่งกว่าเทอมแรกครับ แต่ไม่ต้องห่วง ปีนี้แม้จะลงเรียนกัน 3 วิชา แต่วิชาของอาจารย์สิริอร ไม่มีการสอบครับ ดังนั้น เบาใจในเรื่องการสอบไปได้ 1 วิชา (เฮ้อ!) แต่เนื่องจาก 2 วิชา เป็นวิชาบังคับ ดังนั้นจึงเลือกลงวิชาเลือกได้เพียง 1 วิชาเท่านั้น ในขณะที่รุ่น 20 ปี 1 เทอม 2 จะมีวิชาบังคับเพียง 1 ตัว แต่มีวิชาเลือกได้ 2 ตัว ครับ (อย่างไรก็ดี ไม่สามารถเลือกลงวิชา Organization Development ของอาจารย์สิทธิโชค ได้) ซึ่งผมจะขอเล่าประสบการณ์การเรียนวิชาหลักของแต่ละปีมาให้ได้ทราบดังนี้ครับ

 

สำหรับรุ่น 19

 

จ.651 สภาพการทำงานและองค์ประกอบด้านบุคคล (PY.651 Ergonomics and Human Factors)
วันเวลาบรรยาย – อาทิตย์ 09.00-12.00 อาจารย์ผู้สอน ผศ.น.ท.สุทธิ์ ศรีบูรพา

เห็นช่วงเวลาการเรียนการสอน ทุกท่านอาจร้อง “โห!” กันอีกแล้ว เพราะเท่ากับท่านทั้งหลาย จะต้องแหกขี้ตาตื่นกันแต่เช้า เพื่อมาเข้าเรียนกัน หลายท่านอาจคิดว่า คงตื่นไม่ไหวหรอก ช่างมัน ไว้มาเรียนแถวๆ 10 โมงแล้วกัน ขอให้เตรียมใจไว้เถอะครับ เพราะวิชานี้ มี Quiz ทุกคาบ ตอนเริ่มเรียน ย้ำ! Quiz ทุกคาบตอนเริ่มเรียน นั่นคือ 09:00 เป๊ะ นะครับ

 

อาจารย์จะเน้นการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนั้นแม้แต่ตอน Quiz ก็จะให้ทำเป็นกลุ่ม โดยจะให้จับคู่กันทำ Quiz ครับ เนื้อหาการ Quiz ก็คือ สิ่งที่ได้เรียนไปในคาบก่อน (ซึ่งเยอะมาก เพราะเป็นการเรียน 2 คาบติดกัน) โดยอาจารย์จะออก Quiz เป็นข้อสอบอัตนัย (ตอบคำถามนั่นแหละ) 5 ข้อ ให้เวลาทำ 10 นาที บอกได้คำเดียวครับ เป็นการสอบแบบ Power test (เน้นข้อสอบยาก ต้องใช้เวลาคิด) ด้วยเวลาแบบ Speed test (คือ เน้นใช้เวลารวดเร็ว)

สื่อการสอนของอาจารย์ จะประกอบด้วย

1. PowerPoint ที่อาจารย์นำมา อาจารย์จะขอรายชื่อผู้ติดต่อภายในรุ่นไป 1 คน เพื่อทำการส่งไฟล์ต่างๆ ให้ และนำไปแจกจ่ายกันในรุ่นอีกต่อหนึ่ง ไฟล์สไลด์ต่างๆ ของอาจารย์ อาจารย์จะส่งให้เราทั้งหมดครับ

2. หนังสือเรียน อันนี้ไม่ต้องห่วง เพราะอาจารย์จะเอามาขายให้ หากใครไม่มี ติดต่อรุ่นพี่ที่สนิทชิดเชื้อเพื่อขอยืมกันได้ (แต่ไม่ต้องติดต่อผมนะ เพราะแฟนผมยืมไปใช้ทำงานแล้ว)

3. ตัวอย่างประกอบการสอนอื่นๆ ซึ่งยอมรับว่า ตัวอย่างประกอบการสอนของอาจารย์นั้น Amazing จริงๆ ของแบบนี้ต้องดูเอาเองครับ

4. ตัวอย่างรายงาน และงานวิจัยอื่นๆ ที่รุ่นพี่เคยทำๆ กันไว้

 

สังเกตได้จากข้อที่ 4. ข้างต้น จะเห็นได้ว่า ทุกท่านต้องเจอการทำรายงานกลุ่มแน่นอน ซึ่งอาจารย์จะให้ทำเป็นกลุ่ม 3-5 คน โดยประกอบไปด้วย

1. การ Presentaion หน้าห้อง

2. การทำรายงานอื่นๆ จำนวน 6-12 ชิ้น แล้วแต่ว่าอาจารย์จะขยันตรวจแค่ไหน (แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า อาจารย์ตรวจละเอียดถึงขนาดว่า พิมพ์ผิดตัวเดียว อาจารย์ก็ยังวงแดงไว้เลยนะ)

 

ข้อสอบของอาจารย์ จะเน้นการท่องจำเป็นส่วนใหญ่ โชคดีที่อาจารย์จะมีกระดาษโน้ตไว้ให้นักศึกษาจดเอาเข้าห้องสอบได้ (และจะเก็บคืนกระดาษโน้ตตอนสอบเสร็จ) ขนาดของกระดาษโน้ต จะกว้างประมาณ 2 ถึง 2.5 นิ้ว มีความยาวเท่ากับกระดาษ A4 อาจารย์จะเป็นคนเอามาให้เราเอง โดยนำมาจากกระดาษ Recycled ทำให้เราต้องเอา liquid ไปลบข้อความที่มีอยู่เดิมออกเอง และกระดาษโน้ตทุกใบ จะมีลายเซ็นอาจารย์ ดังนั้นใช้กระดาษโน้ตใบอื่นไม่ได้… อาจารย์จะแจกกระดาษโน้ตประมาณคาบสุดท้ายของเทอม ดังนั้น อย่างโดดเรียนตอนนั้นเด็ดขาด หากพลาดกระดาษโน้ตแล้ว ก็ต้องพึ่งพา Long-term memory ของตัวเองละนะครับ

 

จ.731 สัมมนาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ  (PY.731 Seminar in Industrial and Organizational Psychology)
วันเวลาเรียน พุธ 18.00-21.00 น. อาจารย์ผู้สอน รศ.สิริอร วิชชาวุธ

วิชานี้ ชิวสุดๆ ชิวจนกระทั่ง หากปล่อยตัวเองชิวเกินไป อาจทำให้เกิดดินพอกหางหมูจนจุกอกได้ทีเดียว จำได้ว่ารุ่นผม เป็นช่วงที่เสื้อเหลืองออกมาโวยวายเยอะมาก จนอาจารย์ต้องงดสอน (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้สอนอะไรมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นการให้คำปรึกษาในเรื่องการเตรียมงานมากกว่า) บ่อยครั้ง งานเลยแทบไม่ได้เดิน

 

วิชานี้ไม่มีสอบ (เฮ่อ! โล่งอก) แต่จะมีงานที่ต้องทำเพื่อใช้เป็นคะแนนอยู่หลายชิ้น ได้แก่

1. การจัด Open House สำหรับคณะ ซึ่งจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม ของทุกปี เราจะต้องทำเรื่องเสนอเป็นโครงการให้อาจารย์ ว่าเราจะทำอย่างไร จะมีวิทยากรรับเชิญใครบ้าง มีเนื้อหาการจัดอย่างไร อันนี้ให้ทำกันเป็นโครงการเดียว โดยทีมคือทั้งรุ่น ทุกคนต้องมีหน้าที่

2. การจัดสัมมนากลุ่มย่อย โดยกลุ่มหนึ่งจะมีประมาณ 5-6 คน (ถ้าจำไม่ผิด) หัวข้อของการสัมมนาจะต้องเกี่ยวกับจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ แต่ละกลุ่มจะต้องกำหนดหัวข้อเอง และหาวิทยากรมาเอง โดยจะเป็นบุคคลภายนอกที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ด้านนี้เยอะๆ หรือจะเป็นอาจารย์ในคณะ หรือแม้แต่รุ่นพี่ที่จบไปแล้วก็ได้ ไม่เกี่ยง แต่ต้องได้รับการอนุมัติจากอาจารย์สิริอรอีกเช่นกัน… ผมขอแนะนำในการเตรียมการในส่วนนี้เอาไว้ดังนี้

2.1. เรื่องวิทยากร ขอให้เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงอย่างมาก และอาจารย์เน้นเรื่องเนื้อหาทางวิชาการค่อนข้างมาก ดังนั้นหากวิทยากรของเราเป็นผู้มาประสบการณ์ แต่ไม่ได้นำเนื้อหาทางวิชาการมาผูกอธิบาย ทางกลุ่ม ควรเตรียมพร้อมในการสรุปเนื้อหาของวิทยากร เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับเนื้อหาทางวิชาการด้วย

2.2. หนึ่งในวิทยากรที่เชิญได้ง่าย และอาจารย์เห็นด้วยชัวร์ๆ คือ อาจารย์ชัยพร ครับ เชิญก่อนได้ก่อน ครับ

2.3. พยายามติดต่อรุ่นพี่ เพื่อจะได้รู้ว่าปีที่แล้วรุ่นพี่เชิญใครมา และทำหัวข้ออะไรไป เผื่อจะได้สามารถทำหัวข้อแบบต่อเนื่องจากปีก่อนได้ นอกจากนี้ อาจารย์ยังกำหนดจำนวนผู้เข้ารับฟังเอาไว้ด้วย (เอามาคิดเป็นคะแนน) วิธีในการหาคนมาเข้าฟังได้เร็วที่สุด คือการขอ list รายชื่อผู้ที่เข้ามาฟังในปีก่อน จากรุ่นพี่ (เพราะคนพวกนี้ เขาสนใจที่จะมาเข้าฟังทุกปี)

2.4. งบประมาณมีจำกัด (ประมาณหมื่นต้นๆ) ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อะไรที่ใช้ได้หลายครั้ง แต่ละกลุ่มก็เอางบมารวมกัน จัดซื้อทีเดียวได้ เช่น ป้ายโฆษณา เป็นต้น ส่วนค่าตอบแทนวิทยากร เป็นอัตรามาตรฐานคือ ชั่วโมงละ 1,800 บาท/คน ครับ ดังนั้นการจัด 3 ชั่วโมง คือ 5,400 บาท/คน นั่นเอง อันนี้ ต้องระวังให้มากๆ เพราะ วิทยากรบางท่าน ค่าตัวแพงจริงๆ

2.5. ทุกกลุ่มจะต้องทำรายงานสรุปเนื้อหา และสรุปผลการดำเนินงาน (แต่ละกลุ่มจะต้องมีการจัดทำแบบสอบถามเพื่อประเมินผลโดยผู้รับฟังด้วย… แบบสอบถามนี้ ใช้กับทุกกลุ่ม และต้องให้อาจารย์อนุมัติก่อนด้วย) โดยพรีเซ้นต์ให้อาจารย์รับฟังด้วย… กำหนดเวลาคือ ในสัปดาห์ถัดไป หลังจากที่จัดสัมมนาไปแล้ว (เช่น จัดวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2552 ก็จะต้องพรีเซ้นต์วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2552… สรุปว่ามีเวลาประมาณ 11 วันในการเตรียมตัว) การสรุปจะประกอบด้วย

2.5.1. PowerPoint Presentation สรุปการเตรียมตัวการดำเนินการ จำนวนผู้เข้าชม ผลการประเมินจากแบบสอบถาม กำไร/ขาดทุน

2.5.2. PowerPoint Presentation สรุปเนื้อหาของวิทยากร และส่วนเสริมที่ในกลุ่มเห็นว่าควรเพิ่มเข้าไป (ส่วนเสริมดังกล่าว ต้องเป็นแนววิชาการ คือมีการอ้างอิงทีมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่นหนังสือ, Textbook… พวก Wikipedia ห้าม!)

2.5.3. รายงานสรุป 1 ฉบับ (เนื้อคล้ายๆ กับ PowerPoint แต่ควรมีรายละเอียดมากกว่า) ควรมีเนื้อหาไม่ต่ำกว่า 20 หน้า (หมายถึง รวมเนื้อหาวิทยากร + เนื้อหาเสริมจากกลุ่ม แล้ว)

2.6. ทุกกลุ่มจะต้องเข้าไปฟังสัมมนาของกลุ่มอื่น ประมาณ 3 ครั้ง แล้วทำรายงานสรุปเนื้อหาวิทยากร และเนื้อหาที่ควรเพิ่มเติมตามที่ตนเองเห็นสมควรมาส่งอาจารย์ โดยกำหนดส่งวันเดียวกับที่กลุ่มนั้นๆ จะต้องพรีเซ้นต์อาจารย์… ก่อนจะส่ง อาจารย์จะให้นักศึกษาที่จะส่ง มาจับกลุ่มร่วมกันอภิปรายเนื้อหากันก่อนด้วย โดยทุกคนที่จะส่ง ต้องมีส่วนร่วมในการอภิปรายทุกคน ไม่มีการฝากส่งรายงานโดยเด็ดขาด

 

สำหรับรุ่น 20

 

จ.612 การทดสอบและการวัดทางจิตวิทยา (PY.612 Psychological Test and Measurement)
วันเวลาบรรยาย – อาทิตย์ 09.00-12.00 น. อาจารย์ผู้สอน ศ.ดร.รัตนา ศิริพานิช

วิชานี้ โดยส่วนตัวผมว่าง่ายกว่าวิชาของอาจารย์ดิเรกอย่างมาก เพราะไม่ได้ใช้สูตรอะไรที่ซับซ้อนมากมาย ข้อสอบของอาจารย์ก็ออกแบบตรงๆ ตามที่อาจารย์สอนเป๊ะๆ แบ่งการสอบเป็น 3 ครั้ง ครั้งละ 15, 15, และ 20 คะแนน โดยประมาณ ส่วนอีก 50 คะแนนนั้น จะเป็นคะแนนจากการทำ Term paper คือการทำการวิจัยเล็กๆ หนึ่งโครงการ หากจำนวนนักศึกษาน้อย ก็จะต้องทำคนละ 1 ฉบับ แต่ดูจากปีที่รุ่น 19 เรียน ผมขอเดาว่า หากจำนวนนักศึกษาเยอะ ก็จะเป็นกลุ่มละ 1 ฉบับ (กลุ่มละ 2 คน) อาจารย์ใจดีมาก แต่เข้าวัดบ่อยครั้ง ดังนั้นจงทำใจเผื่อไว้ กรณีที่อาจารย์ขอเลื่อนสอนไปวันอื่น เพื่อไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมครับ ผมไม่มีข้อแนะนำใดๆ สำหรับการเตรียมสอบ นอกจากขอให้ตั้งใจเรียน ฟังที่อาจารย์สอนดีๆ เพราะข้อสอบก็มาจากตรงนั้นทั้งสิ้น แต่ผมมีข้อแนะนำสำหรับการทำวิจัยดังนี้ครับ

1. จับกลุ่มกับเพื่อนที่มีความสะดวกในการเก็บข้อมูล เพราะงานวิจัยนี้ เราจะต้องทำการเก็บข้อมูลจริงๆ ดังนั้น ใครที่ทำงานอยู่ และมีความสามารถในการที่จะออกแบบสอบถาม และเก็บข้อมูลในองค์การได้ จงอยู่กับเพื่อนกลุ่มนั้นๆ

2. อาจารย์จะเอาแบบสอบถาม ที่ลูกศิษย์ของอาจารย์เคยทำไว้ มาให้นักศึกษาดูเป็นตัวอย่าง ให้เราเลือกหัวข้อที่เราคิดว่าเราอยากทำใน IR หรือ Thesis จริงๆ ที่เราจะทำตอนจบ หรือไม่ก็หัวข้อที่เราสะดวกที่จะเก็บข้อมูลในองค์การ มาใช้เป็นหัวข้อใน Term paper ฉบับนี้ของเรา

3. ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเอา IR หรือ Thesis ของรุ่นพี่ ที่มีอยู่ในห้องโครงการ มาอ่านเพื่อดูเป็นแนวทางในการเขียนงานวิจัยฉบับย่อนี้ของเรา

4. เนื่องจากเป็นเพียง Term pager ดังนั้น การเขียนในบทที่ 2 (ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง) จึงไม่ต้องเจาะลึก และมีรายละเอียดมากนัก)

5. ได้เวลาหัดใช้ SPSS แล้วครับ ใครที่ไม่มี ติดต่อผมได้ที่ kafaak@gmail.com ผมจะจัดให้ 1 แผ่น เอาไปใช้ติดตั้งต่อๆ กันภายในรุ่น สำหรับใครที่ใช้ไม่เป็น หนังสือแนะนำคือ การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS โดย รองศาสตราจารย์ธานินทร์ ศิลป์จารุ ของสำนักพิมพ์ Business R&D ครับ (หาซื้อได้ที่ Se-ed ราคา 265 บาท)

 

สำหรับตัวอย่างการทำ ผมได้ upload ไฟล์ตัวอย่างไปให้แล้ว ดูได้ที่ ตัวอย่างรายงานวิชา PY612

 

แถมให้สำหรับรุ่น 20 อีก 1 วิชาเลือก ที่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ในรุ่นของท่านจะเลือกวิชานี้ และผมเชื่อว่าพวกท่านควรได้เตรียมตัว เตรียมใจ ไว้สำหรับการเรียนวิชานี้ก่อน นั่นคือ

 

จ.638 การจูงใจในการทำงาน  (PY.638 Work Motivation)
วันเวลาเรียน จันทร์ 18.00-21.00 น. อาจารย์ผู้สอน อาจารย์อรอนงค์ คัสซิ่นส์

ในวันแรกของการเรียน ไม่ควรขาดอย่างยิ่ง เพราะอาจารย์จะพูดถึงเนื้อหาการเรียนการสอนในเทอมนี้ และมอบหมายงานจำนวน 3 ชิ้น (อ้างอิงจากรุ่น 18 และ 19) ได้แก่

1. การแปล Intervention (หมายถึง พวกการฝึกอบรม หรือ โปรแกรมการพัฒนาบุคลากร หรือ การนำเครื่องมือหรือกระบวนการใหม่ๆ มาใช้ เพื่อพัฒนาองค์การหรือแก้ปัญหาบางอย่างขององค์กา) ที่บริษัทพวก Consultant ทั้งหลาย ใช้ในการเพิ่ม Motivation ให้กับพนักงานในองค์การต่งๆ ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดการดำเนินการ และผลลัพธ์ที่ได้ (ควรมีตัวเลขในการนำเสนอให้ชัดเจน) จำนวน 1 ชิ้น เป็นงานเดี่ยว… บอกไว้ก่อนว่า หายากมากเลย บทความพวกนี้ ดังนั้น ควรรีบๆ หาซะ… ตัวอย่าง (ขออภัยที่หาต้นฉบับที่ผมใช้แปลไม่เจอ เจอแต่ไฟล์ที่แปลแล้ว)

2. การ Presentation เนื้อหาในหนังสือ (หนังสืออาจารย์จะเอามาให้ xerox เอง) โดยจัดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน (หรือมากกว่านั้น ในกรณีที่จำนวนนักศึกษาเยอะ) แนะนำว่า ให้อ่านให้ละเอียดๆ ทำความเข้าใจกับเนื้อหา และควรร่างหัวข้อที่จะนำเสนอและเข้าไปปรึกษากับอาจารย์ให้บ่อยครั้ง หากมีข้อสงสัยประการใด ให้ปรึกษากับอาจารย์เลย… ขอย้ำว่า อาจารย์ให้ความสำคัญกับการนำเสนอมาก และอาจารย์ก็เข้มงวดมากด้วย… อ้อ! สิ่งที่ต้องมีในการนำเสนอ คือ

2.1. ตัว PowerPoint ในการนำเสนอ ตัวอย่าง

2.2. ตัวเอกสารฉบับย่อเนื้อหา ตัวอย่าง

2.3. ตัวเอกสารรายงานเนื้อหาฉบับเต็ม ตัวอย่าง

แต่เห็นว่าในรุ่นที่ 19 อาจารย์เน้นการพรีเซ้นต์ที่เร็วขึ้น ดังนั้นเนื้อหาคงไม่ต้องทำละเอียดเหมือนรุ่นผม (เห็นว่า ให้กลุ่มนึงพรีเซ้นต์แค่ 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น… ซึ่งรุ่นผมเขาพรีเซ้นต์กัน 3 ชั่วโมง เพราะคนน้อย เลยใช้เวลาได้นาน) ตัวอย่างของรุ่น 19 คงต้องหากันเอาจากรุ่นพี่ที่สนิทๆ ด้วยนะครับ

3. การเขียนบทที่ 1-3 สำหรับการทำวิจัย (IR หรือ Thesis) โดยหัวข้อจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Work Motivation ทั้งนี้ เพราะอาจารย์อยากให้เราลองไปหาหัวข้อ และได้มีการเขียนหัวข้อเตรียมเอาไว้ก่อน เผื่อปี 2 นึกไม่ออกบอกไม่ถูก จะได้เอาหัวข้อดังกล่าวมาใช้ได้

 

เนื้อหาข้อสอบ อาจารย์จะเน้นเรื่องการนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาเรื่อง Motivation ในองค์การจริงๆ คำตอบที่ถูกต้องจะมีเพียงหนึ่งเดียว เพราะอาจารย์จะกำหนดมาให้ค่อนข้างชัดเจน ว่าจะให้นำทฤษฎีใคร เรื่องอะไร มาใช้ในการแก้ปัญหา แนวทางในการตอบ คือเราจะต้องเขียนคำตอบให้มีเนื้อหาครบถ้วนดังนี้

1. ทฤษฎีเป็นของใคร มีแนวคิดอย่างไร มีรายละเอียดคร่าวๆ อย่างไรบ้าง เขียนให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ให้เลือกเขียนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับคำถามเท่านั้น ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับคำถาม เขียนไปก็ไม่ได้คะแนน

2. การนำทฤษฎีที่กล่าวถึง ไปประยุกต์เพื่อใช้แก้ปัญหาในแต่ละส่วนได้อย่างไร ให้หยิบยกเฉพาะส่วนที่จะนำไปประยุกต์ใช้ มาอธิบายให้เห็นภาพชัดๆ ว่า จะเอาส่วนใด ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร เพราะเหตุใด

 

ถ้าทำได้ครบถ้วนทั้ง 2 ข้อข้างต้น คะแนนน่าจะไม่ต่ำกว่า 80% ครับ และถ้าทำได้สมบูรณ์ เต็ม 100% จะไปไหนเสีย

 

ส่งท้าย

เช่นเคยครับ ใครที่มีข้อสงสัย คำถาม หรือข้อติชมประการใด ส่งมาได้ที่ kafaak@gmail.com ครับ ยินดีรับข้อเสนอเพื่อใช้ในการปรับปรุงจดหมายข่าวให้ดีๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ และสำหรับรุ่น 18 และ 19 ที่มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการเตรียมตัวเพื่อเรียน หรือเพื่อสอบ ในวิชาต่างๆ โดยเฉพาะในวิชาเลือก ที่ผมไม่ได้นำมาเล่าสู่กันอ่าน ก็อยากให้ไปช่วยๆ กัน เสนอในหน้าสนทนา ในเว็บกลุ่มด้วยครับ

ผู้จัดทำ
คงเดช กี่สุขพันธ์ (MIOP TU 18)

Advertisements

เกี่ยวกับ นายกาฝาก
บล็อกเกอร์สายรีวิวที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี จิตวิทยา และทรัพยากรมนุษย์ และเนื่องจากได้ร่ำเรียนปริญญาโทภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (แต่ไม่จบเพราะมัวแต่เอาความรู้มาใช้จริง จนลืมทำวิทยานิพนธ์) จึงคิดว่าจะเป็นการดีที่จะนำความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และจิตวิทยาที่ได้ มาเผยแพร่เพื่อคนอื่นๆ ต่อ ... ปัจจุบัน เป็นวิทยากรรับเชิญในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา โซเชียลมีเดีย ดิจิตอลมาเก็ตติ้ง และเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่มบริษัท Adecco Thailand ในด้านเนื้อหากับโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: